การท่องเที่ยวในพื้นที่สูง
Read this article in English: High-Altitude Travel and Altitude Illness
หมายเหตุจากผู้เขียน
วิดีโอกล่าวถึงยา dexamethasone แต่ผู้เขียนไม่แนะนำให้ผู้เดินทางใช้ยานี้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้รับการประเมินและสั่งยาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทางหรือเวชศาสตร์พื้นที่สูง การใช้ยานี้ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และไม่ควรใช้แทนการค่อย ๆ ขึ้นที่สูงหรือการลงจากที่สูงเมื่อมีอาการรุนแรง [1, 2]
กิจกรรมการเดินเขา หรือเดินทางไปชมภูเขาสูง เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่นิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดเขาในต่างประเทศ ซึ่งมีปัญหาสุขภาพอย่างหนึ่งที่พบเฉพาะในพื้นที่สูงเท่านั้น หนึ่งในจุดหมายเดินทางที่มีผู้มาปรึกษาบ่อยคือ ภูเขาสี่ดรุณี (Mount Siguniang; 四姑娘山)/ปี้เผิงโกว (Bipenggou; 毕棚沟)/จิ่วจ้ายโกว (Jiuzhaigou; 九寨沟)/นครแชงกรีลา (Shangri-La City; 香格里拉市) ประเทศจีน, เมืองคุสโค (Cusco) ประเทศเปรู, เมืองเลห์ (Leh) ประเทศอินเดีย, เมืองลาปาซ (La Paz) ประเทศโบลิเวีย, เดินเขาในเส้นทาง Everest Base Camp (EBC) ประเทศเนปาล [0]
ไม่จำเป็นต้องเดินเขาจึงจะเกิดภาวะแพ้ที่สูงได้ ผู้ที่เดินทางขึ้นสู่จุดหมายในพื้นที่สูงด้วยรถบัส รถไฟ รถยนต์ หรือเครื่องบินก็มีความเสี่ยง โดยเฉพาะหากขึ้นไปอย่างรวดเร็วและนอนค้างคืนที่นั่น [1]
ภาวะแพ้ที่สูง หรือ โรคแพ้ที่สูง หรือ โรคแพ้พื้นที่สูง (Altitude Illness)
เป็นชื่อโรคที่ยังไม่มีคำแปลที่เป็นภาษาไทยแบบเป็นทางการ ปัจจุบันการเรียกชื่อนี้ถอดความหมายมาจากสาเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้หลายคนเข้าใจความหมายผิดไป ซึ่งไม่ใช่โรคที่เกิดจากการกลัวความสูง หรือ สารก่อภูมิแพ้ [0]
พบในนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปในพื้นที่ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 2,500 เมตรขึ้นไป [1, 2] ทำให้ปัญหานี้ไม่ได้มีอยู่ในเมืองไทย คนไทยจึงไม่คุ้นเคย [0]
สาเหตุ
เกิดจากร่างกายไม่สามารถปรับตัว (Acclimatization) ให้อยู่ในภาวะที่มีออกซิเจนเบาบางได้ ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย ฯลฯ ซึ่งอาการอาจจะรุนแรงมากขึ้น จนอาจเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในรายที่ยังฝืนเดินทางขึ้นที่สูงต่อ และไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง [1, 2, 3]
การเกิดภาวะแพ้ที่สูง ไม่ได้ขึ้นกับ อายุ เพศ ความฟิตของร่างกาย ฯลฯ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าใครสามารถปรับตัวได้ดีกว่า [1]
อาการ
สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ได้ ดังนี้
-
Acute Mountain Sickness (AMS) เป็นโรคที่มีความรุนแรงไม่มาก โดยจะมีอาการปวดศีรษะ มึนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ทานได้น้อย และนอนไม่หลับ ลักษณะคล้ายอาการแฮงค์ หรือ อาการเมาค้าง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังจากขึ้นไปที่สูงประมาณ 4-10 ชั่วโมง ที่พบบ่อยคือเกิดขึ้นในคืนแรกที่ขึ้นไปที่สูง โดยทั่วไปอาการจะไม่รุนแรงมาก และร่างกายจะค่อย ๆปรับตัวได้เองภายใน 1-2 วัน ตามรายงานวิจัยที่ผ่านมาพบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางไปที่สูงจะปรากฏอาการเหล่านี้มากถึงร้อยละ 20-30 จากจำนวนนักเดินเขาทั้งหมด [1, 2, 3]
-
High Altitude Cerebral Edema (HACE) หรือภาวะสมองบวมจากการอยู่ในพื้นที่สูง (พบได้น้อยในพื้นที่สูงน้อยกว่า 4,300 เมตร) เป็นภาวะที่เกิดต่อเนื่องจากภาวะ AMS โดยมีอาการปวดศีรษะรุนแรง เดินเซ สับสน เห็นภาพซ้อน ลักษณะคล้ายคนเมาเหล้า ทำให้ไม่สามารถสังเกตอาการได้ด้วยตนเอง หากเป็นรุนแรงจนชัก หมดสติ อาจเสียชีวิตได้ ต้องเดินทางลงสู่ในพื้นที่ต่ำกว่าทันที และรีบพบแพทย์ [1, 2, 3]
-
High Altitude Pulmonary Edema (HAPE) คือภาวะปอดบวมน้ำจากการอยู่ในพื้นที่สูง เป็นภาวะที่รุนแรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเดี่ยว ๆ โดยไม่เกิดร่วมกับภาวะ AMS หรือ HACE ก็ได้ มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก อยู่เฉย ๆ ก็เหนื่อย พักแล้วไม่หายเหนื่อย ไอเป็นเลือด เสมหะสีชมพู นอนราบไม่ได้ ภาวะนี้อาจทำให้เสียชีวิตได้ ต้องเดินทางลงสู่ในพื้นที่ต่ำกว่าทันที และรีบพบแพทย์ [1, 2, 3]
ถ้าได้มีการพัก ร่างกายปรับตัวได้ดี มักจะไม่เกิดภาวะ HACE และ HAPE ต้องหมั่นสังเกตอาการของตนเองและเพื่อนร่วมทางเสมอว่าเกิดอาการผิดปกติใดขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วง 1-3 วันแรกหลังจากขึ้นไปที่สูง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการที่รุนแรง [1]
ภาวะแพ้ที่สูงพบบ่อยแค่ไหนในผู้เดินทางชาวไทย
งานวิจัยแบบติดตามไปข้างหน้าในผู้เดินทางชาวไทย 362 คนที่มารับคำปรึกษาก่อนเดินทางไปพื้นที่สูง พบผู้มีอาการ AMS 72 คน คิดเป็น อุบัติการณ์ 19.89% ในกลุ่มที่ศึกษา ในจำนวนผู้มีอาการ 27 คน (37.5%) เริ่มมีอาการตั้งแต่วันแรก และค่ากลางของเวลาเริ่มมีอาการคือ 2 วัน [4]
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลของกลุ่มผู้มารับคำปรึกษาที่เดินทางไปหลายจุดหมาย ไม่ใช่อัตราของผู้เดินทางชาวไทยทั้งหมด และการศึกษานี้ไม่ได้รายงานอุบัติการณ์ของ HACE หรือ HAPE [4]
ปัจจัยเสี่ยง
-
กลุ่มที่เปลี่ยนความสูงอย่างรวดเร็ว (Rapid ascent) จากพื้นที่ต่ำกว่า 1,200 เมตร ไปนอนพักค้างคืนบนพื้นที่สูงกว่า 2,750 เมตร โดยเฉพาะการเดินทางโดยใช้เครื่องบิน [1, 2]
- เช่น บินจากกรุงลิมา (Lima) ไปยังเมืองคุสโค (Cusco) ประเทศเปรู หรือบินจากเมืองเฉิงตู (Chengdu) ไปยังเมืองลาซา (Lhasa) ประเทศจีน ที่สูงถึง 3,400 เมตร อาจทำให้เกิดภาวะแพ้ที่สูง ได้มากถึงร้อยละ 50 [1]
-
ผู้ที่เพิ่มระดับความสูงของการนอนมากกว่า 500 เมตรต่อวัน เมื่ออยู่บนพื้นที่สูงกว่า 3,000 เมตรขึ้นไป มักจะพบในกลุ่มนักเดินเขาในประเทศเนปาล [1, 2]
หลักการทั่วไปในการป้องกัน
ไม่มีวิธีการใดที่สามารถป้องกันการเกิดภาวะแพ้ที่สูงได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดยวิธีดังนี้ [1]
-
หลีกเลี่ยงการขึ้นไปนอนค้างคืนในที่สูงกว่า 2,750 เมตร ภายใน 1 วันจากพื้นที่ต่ำกว่า 1,200 เมตร [1]
-
(หากทำได้) การนอนในที่สูง 2,450-2,750 เมตร เป็นเวลา 2-3 คืน ก่อนขึ้นที่สูงต่อจะช่วยลดความเสี่ยงได้ [1]
-
เมื่ออยู่ที่สูงเกิน 3,000 เมตร
-
พักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ [2]
-
ในบางรายมีความจำเป็นต้องใช้ยา Acetazolamide (ชื่อการค้า: Diamox) เพื่อช่วยในการปรับตัว แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะแพทย์ต้องพิจารณาแผนการเดินทาง มีข้อควรระวังในผู้ที่แพ้ยากลุ่มซัลฟา (Sulfa), มีผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ ปลายนิ้วชา ปัสสาวะมากขึ้น ลิ้นรับรสผิดปกติไป และต้องเว้นระยะห่างจากยาพาราเซตามอลหรือไดโคลฟีแนค 30 นาที [1, 2, 3, 5]
สำหรับการเดินเขาหลายวัน ควรดูระยะทาง เวลาเดิน และความสูงที่ต้องไต่ขึ้นในแต่ละวัน เพื่อประเมินว่าร่างกายพร้อมสำหรับเส้นทางนั้นหรือไม่ อ่านเรื่องการประเมินความฟิตสำหรับ trekking
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: สมุนไพรจีน
“กินหงจิ่งเทียนแล้วป้องกันโรคแพ้ที่สูงได้”
ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ: หงจิ่งเทียน (红景天; Rhodiola) เป็นสมุนไพรที่มีผู้ใช้ก่อนเดินทางไปที่สูง แต่งานทดลองกับ Rhodiola crenulata ไม่พบว่าลดการเกิด AMS เมื่อเทียบกับยาหลอก และงานทบทวนการศึกษาก็ยังไม่พบผลป้องกันที่ชัดเจน จึงไม่ควรใช้แทนการค่อย ๆ ขึ้นที่สูงหรือการปรึกษาแพทย์เรื่องยาป้องกัน [6, 7]
หากเคยแพ้ยากลุ่มซัลฟา
การแพ้ยาซัลฟากลุ่มยาปฏิชีวนะไม่ได้หมายความว่าจะแพ้ acetazolamide เสมอไป
| แหล่งข้อมูล | ข้อควรระวังเรื่องแพ้ซัลฟา |
|---|---|
| CDC Yellow Book [1] | ระบุว่าไม่พบการแพ้ข้ามระหว่างยาสองกลุ่มนี้ แต่ควรระวังเป็นพิเศษหากเคยแพ้ยาแบบ anaphylaxis หรือแพ้ยาหลายชนิด |
| แนวทาง WMS ปี 2024 [2] | ระบุว่าผู้ที่เคยมี anaphylaxis ต่อยากลุ่ม sulfonamide หรือเคยมี Stevens–Johnson syndrome มีข้อห้ามใช้ acetazolamide ส่วนผู้ที่มีประวัติแพ้ซัลฟาแบบอื่นอาจพิจารณาทดลองยาภายใต้การดูแลก่อนเดินทาง |
| การศึกษาจากคลินิกเวชศาสตร์การเดินทางในประเทศไทย [8] | รายงานผู้เดินทางที่แจ้งว่าแพ้ซัลฟา 66 คน ในจำนวนนี้แพทย์ให้ acetazolamide 40 คนหลังประเมินลักษณะและความรุนแรงของประวัติแพ้ยา โดยไม่พบอาการแพ้ในกลุ่มที่ได้รับยา การศึกษานี้เป็นการทบทวนข้อมูลย้อนหลังในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก จึงยังยืนยันความปลอดภัยสำหรับทุกคนไม่ได้ |
ผู้ที่ไม่แน่ใจว่าเคยแพ้ยาอะไรหรือมีอาการรุนแรงควรให้แพทย์ประเมินประวัติก่อนใช้ยา
ข้อควรระวังเมื่อเดินทางถึงที่สูง
-
งดแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 48 ชั่วโมงแรกเมื่อถึงที่สูง [1]
-
หากดื่มกาแฟหรือคาเฟอีนเป็นประจำ ควรดื่มต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดหัวจากการถอนคาเฟอีน ซึ่งอาจสับสนกับอาการปวดหัวจากความสูงได้ [1]
ภาวะที่ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนเดินทาง
-
โรคประจำตัว: โรคหัวใจ, หอบหืด, ปอดอุดกลั้นเรื้อรัง, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ, โลหิตจาง, ธาลัสซีเมีย [0], เนื้องอกในสมอง, หลอดเลือดสมองโป่งพอง [1]
-
หญิงตั้งครรภ์ [1]
-
ผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัดดวงตา, กระดูก, สมอง, ช่องท้อง ช่องอก, ปอด หรือหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่เป็นผู้ผ่าตัด [0]
การปฏิบัติตนเมื่อมีภาวะแพ้ที่สูง
ให้คำนึงว่าอาการอาจเกิดจากภาวะแพ้ที่สูง หรืออาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย สามารถปฏิบัติตนเบื้องต้นตามขั้นตอน ดังนี้ [2]
-
ไม่ควรเดินทางไปยังพื้นที่สูงมากกว่าเดิม [1, 2] หากเดินทางเป็นกลุ่มอาจต้องให้เพื่อนเดินทางไปก่อน จนกว่าอาการดีขึ้น [0]
-
ถ้าอาการปวดศีรษะไม่มาก แนะนำให้พัก สามารถทานยา paracetamol หรือ ibuprofen ได้ เมื่ออาการปวดศีรษะหายดีก็สามารถเดินทางขึ้นที่สูงต่อได้ [1, 2]
-
ถ้ามีอาการมาก โดยเฉพาะปวดศีรษะรุนแรง, พูดจาสับสน, เดินเซ, นอนราบไม่ได้, ไอมีเสมหะสีชมพู หอบเหนื่อยอย่างรุนแรง ควรลงจากที่สูงทันที หาความช่วยเหลือ และรีบไปพบแพทย์ [1, 2, 3]
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: ออกซิเจนกระป๋องและ oxygen café
“พกออกซิเจนกระป๋องไว้ ถ้ามีอาการก็สูดแล้วเดินต่อได้”
“แวะร้านสูดออกซิเจน (oxygen café/oxygen bar) สักครู่ ก็ป้องกันหรือรักษาโรคแพ้ที่สูงได้”
ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ: แนวทาง WMS ระบุว่ายังไม่มีการศึกษาว่าการแวะร้านสูดออกซิเจนช่วงสั้น ๆ หรือการสูดจากกระป๋องช่วยป้องกันหรือรักษา AMS ได้ จึงไม่ควรพึ่งวิธีเหล่านี้เมื่อมีอาการ การแวะ oxygen café ไม่อาจสรุปได้ว่าเทียบเท่าการให้ออกซิเจนทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง หากมีอาการรุนแรงให้รีบขอความช่วยเหลือและลงสู่พื้นที่ต่ำตามคำแนะนำข้างต้น [2] อ่านเรื่องออกซิเจนกระป๋องจาก Thai Travel Clinic
อ่านต่อสำหรับผู้เดินทางที่ต้องวางแผนเพิ่มเติม
- เดินทางพร้อมเด็ก: พาเด็กเที่ยวพื้นที่สูงอย่างไรให้ปลอดภัย
- ผู้เดินทางเป็นเบาหวานชนิดที่ 1: เบาหวานชนิดที่ 1 กับการเที่ยวพื้นที่สูง — การเตรียมตรวจน้ำตาล อินซูลิน และแผนฉุกเฉิน
ปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางได้ที่ไหน
หากมีแผนขึ้นที่สูงอย่างรวดเร็ว เคยมีภาวะแพ้ที่สูง หรือมีโรคประจำตัว สามารถปรึกษาแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวก่อนเดินทางได้
- ค้นหาสถานพยาบาลเพิ่มเติมจาก รายชื่อคลินิกของสมาคมเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยวไทย หรือ รายชื่อคลินิกของหน่วยงานราชการ (PDF; ข้อมูล ณ 7 พฤษภาคม 2567)
- กรุงเทพฯ: Thai Travel Clinic คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล มีบริการ ปรึกษาก่อนเดินทาง รวมถึงการไปพื้นที่สูง และเผยแพร่ รายการกับราคาวัคซีน บนเว็บไซต์
- นนทบุรี: คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง สถาบันบำราศนราดูร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 5 โทร 02-590-3430 หรืออีเมล [email protected] ควรติดต่อโดยตรงเพื่อยืนยันบริการและเวลาทำการก่อนเดินทาง
เอกสารอ้างอิง
- ความเห็นผู้ของผู้เขียนบทความนี้
- CDC. Yellow Book [Internet]. 2025 [cited 2025 Oct 10]. High-Altitude Travel and Altitude Illness.
- Luks AM, Beidleman BA, Freer L, Grissom CK, Keyes LE, McIntosh SE, et al. Wilderness Medical Society Clinical Practice Guidelines for the Prevention, Diagnosis, and Treatment of Acute Altitude Illness: 2024 Update. Wilderness & Environmental Medicine. 2024 Mar 1;35(1_suppl):2S-19S. doi:10.1016/j.wem.2023.05.013
- วัชรพงศ์ ปิยะภาณี, วศิน แมตสี่, พิมพ์พรรณ พิสุทธิ์ศาล, พรเทพ จันทวานิช. เวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว. 2nd ed. เนติกุลการพิมพ์; 2568.
- Harnnavachok A, Poovorawan K, Pan-ngum W, Mansanguan C, Muangnoicharoen S, Piyaphanee W. Incidence and risk factors for acute mountain sickness among Thai travelers to high-altitude areas. JITMM Proceedings. 2018;7:45–50.
- CDC. Medication and Vaccine Interactions in Travel Medicine. Yellow Book. 2025.
- Chiu TF, Chen LLC, Su DH, Lo HY, Chen CH, Wang SH, et al. Rhodiola crenulata extract for prevention of acute mountain sickness: a randomized, double-blind, placebo-controlled, crossover trial. BMC Complementary and Alternative Medicine. 2013;13:298. doi:10.1186/1472-6882-13-298
- Luo H, Liao X, Tang Q, Wang Q. Traditional Chinese medicine for acute mountain sickness prevention: A systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Journal of Traditional Chinese Medical Sciences. 2023;10(1):73–82. doi:10.1016/j.jtcms.2022.11.008
- Charoensakulchai S, Veeramanomai T, Wittayatechakul P, Punrin S, Piyaphanee W. Management of travelers to high altitude with self-reported sulfonamide allergy: experience from a travel clinic in Thailand. Journal of Travel Medicine. Published online 2026 Sep 16. doi:10.1093/jtm/taag084
อ่านเพิ่มเติมจาก Thai Travel Clinic
- Altitude Sickness #1 โรคที่ต้องระวังในพื้นที่สูง
- Altitude Sickness #2 อาการและการป้องกัน
- Altitude Sickness #3 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับยา Diamox (Acetazolamide)
- ข้อควรรู้ก่อนไป trekking สำหรับมือใหม่ #1
- บทความเรื่องความฟิตสำหรับ Trekking
- ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการป้องกันโรคแพ้ความสูง #1
- ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการป้องกันโรคแพ้ความสูง #2
จัดทำโดย นายแพทย์ วิชชากร ปุณยกนก
